รวมประเทศน่าย้ายไปอยู่ จะย้ายถิ่น ย้ายสัญชาติ หรือย้ายที่ทำงาน หนึ่งในประเด็นที่ใครหลายคนให้ความสนใจ ลองดูสิว่ามีประเทศไหนน่าไปบ้าง
ช่วงนี้ดูเหมือนว่าเรื่องย้ายประเทศจะเป็นเรื่องใกล้ตัว จากที่ก่อนหน้าอาจไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก ก็ต้องเกิดอาการเอ๊ะ ! แล้วอยากศึกษาค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติม เลียบ ๆ เคียง ๆ ลองดู

1. แคนาดา
ประเทศที่อุดมด้วยธรรมชาติสมบูรณ์ และอากาศเย็นสบาย ด้วยเพราะประเทศมีพื้นที่กว้างใหญ่ จึงทำให้มีแหล่งท่องเที่ยวให้ได้ผจญภัยหลากหลาย ไล่เรียงตั้งแต่ Rocky Mountains ทอดยาวไปถึงประเทศสหรัฐอเมริกา อุทยานแห่งชาติแบมฟ์ (Banff National Park) แวะ Banff Avenue เมืองเล็ก ๆ แต่มีของที่ระลึกให้เลือกชมมาก Louise Louise ทะเลสาบที่งดงามราวกับหลงเข้าไปดินแดนแห่งเทพนิยาย หรือใครอยากอิ่มเอมกับบรรยากาศของเมืองและผู้คน แนะนำแวนคูเวอร์ (Vancouver) หรือจะเป็นเมืองท่าเก่าแก่อย่างวิกตอเรีย (Victoria) ก็เต็มอิ่มถูกใจไม่แพ้กัน
ประเทศน่าย้ายไปอยู่
การขอสัญชาติแคนาดา
การขอวีซ่าถาวร แบ่งแยกผู้ที่ต้องการพำนักอาศัยในแคนาดาเป็นหมวดหมู่ต่าง ๆ เช่น

1. นักลงทุน ต้องมีการนำเงินไปฝากไว้กับธนาคารในประเทศแคนาดาขั้นต่ำคนละ 4 แสนดอลลาร์แคนาดา ระยะเวลาทั้งหมด 5 ปี และไม่ได้รับดอกเบี้ยใด ๆ เป็นการตอบแทนทั้งสิ้น

2. นักธุรกิจ ต้องมีการเปิดธุรกิจในแคนาดาขั้นต่ำเป็นเวลา 1 ปี มีพนักงานชาวแคนาดาอยู่ในธุรกิจอย่างต่ำ 1 คน

3. กลุ่มวิชาชีพ กลุ่มที่ประเทศแคนาดาต้องการทุกปีอยู่แล้ว คือ แพทย์, พยาบาล, วิศวกร ขณะที่กลุ่มวิชาชีพอื่น ๆ เช่น นักกฎหมาย, นักการเงิน, นักบัญชี และด้านคอมพิวเตอร์ เป็นต้น

4. กลุ่มผู้ลี้ภัย คนกลุ่มนี้ต้องมาจากประเทศที่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการเมือง

5. กลุ่มแรงงานต่างชาติชั่วคราว กลุ่มคนที่เข้าไปทำงานใช้แรงงาน เป็นคนต่างชาติและทำได้แค่ระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น

กรณีกลุ่มผู้เข้าเมืองของแคนาดา กลุ่ม 1-4 เมื่อทำ PR Canada เรียบร้อยและอาศัยอยู่ในประเทศเกิน 3 ปี จะมีสิทธิ์ในการขอ Citizen หรือการขอเป็นพลเมืองแคนาดา ขณะที่กลุ่มผู้อพยพกลุ่มที่ 5 ต้องเคยทำงานในประเทศนี้ครบ 2 ปี แล้วค่อยดำเนินเรื่องในการขอทำ PR ให้ครบ 1 ปี เมื่อผ่านแล้วจึงมีสิทธิ์ขอเป็นพลเมืองของประเทศนี้ได้

2. ญี่ปุ่น
หนึ่งในประเทศที่โดดเด่นทั้งทางด้านนวัตกรรม สถานที่ท่องเที่ยว และศิลปวัฒนธรรม จนกลายเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ โดยปกติแล้วการเดินทางมาญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว มาทำงาน หรืออะไรก็ตามแต่ ค่อนข้างใช้งบประมาณสูง ด้วยเพราะเป็นประเทศมีที่มีค่าครองชีพค่อนข้างสูง แต่ถึงอย่างนั้นญี่ปุ่นก็ยังเป็นประเทศยอดฮิต นั่นอาจเป็นเพราะเราสามารถสัมผัสได้ถึงการดูแลประชากรและการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวปลาบปลื้มและกลับมาเที่ยวซ้ำแล้วซ้ำอีก
ประเทศน่าย้ายไปอยู่
การขอสัญชาติญี่ปุ่น

เงื่อนไขการพำนักอาศัย

– ต้องมีที่อยู่ในญี่ปุ่นติดต่อกัน 5 ปีขึ้นไป
– เป็นนักศึกษา 2 ปี ทำงานมา 3 ปี รวมแล้ว 5 ปี หรือเป็นนักศึกษา 5 ปี ทำงานมา 2 ปี รวมแล้ว 7 ปี
– คนที่อยู่ญี่ปุ่น 10 ปีขึ้นไป แค่มีประสบการณ์ทำงาน 1 ขึ้นไป

เงื่อนไขการสมรส

คนต่างชาติที่แต่งงานกับคนญี่ปุ่นจะได้รับการผ่อนปรนเงื่อนไขเรื่องการอยู่อาศัยเล็กน้อย นั่นคือ ชาวต่างชาติที่แต่งงานกับคนญี่ปุ่น ต้องมีที่อยู่ในญี่ปุ่นต่อเนื่อง 3 ปีขึ้นไป และปัจจุบันยังคงมีที่อยู่ในญี่ปุ่น แต่งงานมาแล้ว 3 ปี และต้องมีที่อยู่ในญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง 1 ปีขึ้นไป

เงื่อนไขเกี่ยวกับพฤติกรรม

– มีการจ่ายภาษีอย่างถูกต้อง ไม่เคยถูกดำเนินคดี สำหรับพนักงานบริษัทคือสภาพการจ่ายภาษีผู้อยู่อาศัย เรื่องภาษีนั้นจำเป็นต้องพิสูจน์เรื่องการจ่ายภาษีของคู่สมรสด้วย ถึงตัวเองจะจ่ายถูกต้อง แต่ถ้าคู่สมรสค้างการจ่ายภาษีก็ไม่ได้

– ผู้บริหารบริษัทหรือเจ้าของกิจการบุคคลธรรมดาจำเป็นต้องจ่ายภาษีบุคคลธรรมดาและภาษีของบริษัทอย่างถูกต้องด้วย

– ผู้ที่มีใบขับขี่จะมีการตรวจสอบประวัติการทำความผิดตลอด 5 ปีที่ผ่านมา เกี่ยวกับการทำผิดกฎจราจร ประวัติการทำความผิดที่นานกว่า 5 ปี โดยพื้นฐานแล้วจะไม่เกี่ยวข้อง ถ้าไม่เกิน 5 ครั้ง ภายใน 5 ปี ก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเกิน 6 ครั้ง ในบางกรณีก็จะทำให้ขอโอนสัญชาติได้ยากขึ้น

– ไม่มีประวัติอาชญากรรมต่าง ๆ

– มีการจ่ายเงินประกันบำนาญเข้ากองทุนเงินสวัสดิการบำนาญผ่านบริษัทอย่างน้อยเป็นเวลา 1 ปี

– มีอาชีพการงานและรายได้มั่นคง

– ต้องอ่าน-เขียนภาษาญี่ปุ่นได้ ไม่ใช่แค่พูดได้ หรือถ้าสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นได้ประมาณระดับ 3

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ th.emb-japan.go.jp และ th.emb-japan.go.jp

3. เยอรมนี
ประเทศอันเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งภาคพื้นทวีปยุโรป ทั้งยังเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยความงดงามแห่งสถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ และธรรมชาติชวนหลงใหล มากมายด้วยสถานที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก เช่น เบอร์ลิน เมืองหลวงที่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งอดีต, ฮัมบูร์ก เมืองท่าที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ, มิวนิก เมืองหลวงแห่งเบียร์เยอรมัน และแฟรงก์เฟิร์ต ศูนย์กลางการเงินธนาคารของโลก เป็นต้น ซึ่งแต่ละเมืองต่างล้วนมีเสน่ห์น่าค้นหาแตกต่างกันไป ของอย่างนี้อยู่ที่ไลฟ์สไตล์คุณชอบแบบไหนก็จัดไปอย่าให้เสีย
ประเทศน่าย้ายไปอยู่
การขอสัญชาติเยอรมัน

– มีวีซ่าถาวร (unbefristetes Aufenthaltsrecht) หรือมีวีซ่าประเภท Blaue Karte ในวันที่จะขอสัญชาติ

– สอบ Einbürgerungstest ผ่าน

– อยู่เยอรมนีติดต่อกันเกิน 8 ปี (หรือระยะเวลาอาจจะสั้นลงเหลือ 6-7 ปี ถ้าเรียนจบคอร์ส Integrationskurs)

– สามารถเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้ ไม่ต้องได้รับความช่วยเหลือด้านการเงินจากรัฐ เช่น เงินตกงาน Hartz IV

– มีความรู้ภาษาเยอรมันเพียงพอ

– ไม่ต้องโทษ หรือมีความผิดทางกฎหมาย

– ยอมรับหลักกฎหมายพื้นฐานแบบประชาธิปไตยเสรีของประเทศเยอรมัน

– สามารถสละสัญชาติเดิมได้ แต่ข้อนี้ไทยได้รับการยกเว้น ไม่ต้องสละสัญชาติไทย

4. สวิตเซอร์แลนด์
ประเทศที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความสวยงามทางภูมิทัศน์ ภูเขา และทุ่งหญ้า หลายคนยกให้เป็นประเทศในฝัน ที่สักครั้งต้องขอมาสัมผัส แต่ถึงอย่างนั้นสวิตเซอร์แลนด์ก็เป็นประเทศที่ค่าครองชีพสูง ส่งผลให้ราคาสินค้าเกือบทุกอย่างค่อนข้างแพง หากสถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ ตามเมืองสำคัญ เช่น ซูริก (Zurich), เบิร์น (Bern), ลูเซิร์น (Lucerne), อินเตอร์ลาเคน (Interlaken), เจนีวา (Geneva), เซอร์แมท (Zermatt), บาเซิล (Basel) และมองเทรอ (Montreux) เป็นต้น แต่ละเมืองล้วนมีเอกลัษณ์และสร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือน
ประเทศน่าย้ายไปอยู่
การขอสัญชาติสวิตเซอร์แลนด์

1. การขอแบบธรรมดาทั่วไป ของชาวต่างชาติที่ย้ายเข้ามาอยู่หรือทำงานในสวิตเซอร์แลนด์

2. การขอแบบหนุน ได้แก่ คู่สมรสชาวต่างชาติของคนสวิสทั้งหลาย คนต่างชาติในรุ่นที่ 3 (รุ่นหลานของชาวต่างชาติ)

– เป็นภรรยา/สามี ของชาวสวิส
– จดทะเบียนสมรสอยู่กินฉันสามี-ภรรยากับชาวสวิสอย่างน้อย 3 ปี
– พำนักอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์ครบ 5 ปี

– คนที่ย้ายมาจากที่ใดที่หนึ่งของสวิสเซอร์แลนด์ ต้องอยู่ในเมืองที่ทำเรื่องขอสัญชาติอย่างน้อย 1 ปี แต่ถ้าอาศัยอยู่ที่อื่นจะขอสัญชาติ จะมีสิทธิ์ยื่นเรื่องได้ต้องอยู่ด้วยกันมาอย่างน้อย 6 ปี

– มีการปรับตัวเข้ากับสังคมสวิส ได้แก่ การสื่อสารในชีวิตประจำวันด้วยภาษาตามถิ่นที่อยู่ได้ (การพูดในระดับ B1 และการเขียนระดับ A2), ปฏิบัติตนอยู่ในกฎระเบียบ ไม่เคยต้องอาญาคดีใด ๆ ไม่มีหนี้ ไม่หนีภาษี, มีส่วนร่วมในด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา (งานหรือการฝึกอบรม) และไม่มีภัยคุกคามต่อความมั่นคงภายในหรือภายนอกของสวิตเซอร์แลนด์ เป็นต้น

5. ออสเตรเลีย
หนึ่งในประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทางทั้งการท่องเที่ยวและการอยู่อาศัยยอดฮิตของคนทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 2 เมืองใหญ่อย่างเมลเบิร์นและซิดนีย์ นอกจากภูมิประเทศที่สวยงามแล้ว สิ่งหนึ่งที่ทำให้ใครหลายคนติดใจ นั่นคือ ผู้คนที่เป็นมิตร วิถีชีวิต และวัฒนธรรมที่หลากหลาย ในประเทศออสเตรเลียจึงมีคุณภาพชีวิต และการดูแลสุขภาพที่ดี รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้กับประชาชน ผ่านระบบทั้งภาครัฐและเอกชน และกลายเป็นสิ่งดึงดูดให้ผู้คนจากทั่วโลกเลือกเดินทางมาเยือนที่นี่
ประเทศน่าย้ายไปอยู่
การขอสัญชาติออสเตรเลีย

จะต้องพำนักอยู่ในประเทศออสเตรเลียมาแล้วอย่างน้อย 4 ปี ไม่ว่าจะถือวีซ่าอะไรก็ตาม ยกเว้นวีซ่า Bridging E และจะต้องถือ PR มาแล้วอย่างน้อย 12 เดือน ในระยะเวลา 4 ปีนี้จะต้องมีการเดินทางออกนอกประเทศออสเตรเลียไปไม่เกิน 12 เดือน และไม่เกิน 90 วัน ในรอบ 12 เดือนล่าสุดก่อนสมัครขอสัญชาติ เพื่อทำการสอบเป็นพลเมืองออสเตรเลีย โดยจะต้องอ่าน “Australia Citizenship Our Common Bond” ก่อนมาสอบ

6. สหรัฐอเมริกา
ดินแดนที่หลายคนใฝ่ฝันอยากจะไปเยือนสักครั้ง ด้วยพื้นที่ขนาดใหญ่ จึงทำให้ประเทศนี้เต็มไปด้วยความน่าสนใจของทั้งสถานที่ท่องเที่ยว วิถีชีวิตของผู้คนที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นนิวยอร์ก ซานฟรานซิสโก ลอสแอลเจลิส ลาสเวกัส ชิคาโก ฮาวาย และอีกมากมาย แต่สำหรับใครที่ยังไม่เคยมา แนะนำว่าให้ลองไปเที่ยวแถบแคลิฟอร์เนียก่อนเป็นออร์เดิร์ฟ เพราะมีแหล่งท่องเที่ยวเยอะ อากาศไม่หนาวจัดหรือร้อนจัดจนเกินไป และสามารถเที่ยวได้หลายเมืองในทริปทริปเดียว
ประเทศน่าย้ายไปอยู่
การขอสัญชาติสหรัฐอเมริกา

– เป็นผู้ถือสิทธิในการย้ายถิ่นฐานถาวรอย่างน้อย 5 ปี แต่ถ้าผู้ยื่นขอสิทธิได้สมรสและยังอยู่กินกับคู่สมรสที่เป็นพลเมืองสหรัฐฯ ข้อกำหนดเวลาจะลดลงเหลือ 3 ปี

– ผู้ยื่นขอสิทธิการเป็นพลเมืองสหรัฐฯ จะต้องพำนักอาศัยอยู่ในประเทศสหรัฐฯ อย่างน้อย 30 เดือน ภายในระยะเวลา 60 เดือน ก่อนหน้าการยื่นคำร้อง สำหรับผู้ที่มีคู่สมรสเป็นพลเมืองสหรัฐฯ สามารถยื่นคำร้องได้เมื่ออาศัยอยู่ในประเทศอย่างน้อย 18 เดือน ภายในระยะเวลา 36 เดือน สำหรับผู้ที่รับใช้ในราชการทหารของสหรัฐฯ หรือทำงานให้กับองค์กรรัฐและถูกส่งไปอยู่ต่างประเทศจะได้รับการยกเว้น

– ผู้ยื่นขอสิทธิการเป็นพลเมืองสหรัฐฯ จะต้องดำเนินชีวิตอย่างถูกต้องตามศีลธรรมในระยะ 5 ปี (3 ปีสำหรับผู้สมรสกับพลเมืองสหรัฐฯ )

– ผู้ยื่นขอสิทธิการเป็นพลเมืองสหรัฐฯ จะต้องมีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์

– ผู้ยื่นขอสิทธิการเป็นพลเมืองสหรัฐฯ จะต้องมีความรู้ภาษาอังกฤษในระดับที่อ่านออกเขียนได้ ข้อกำหนดนี้จะยกเว้นสำหรับผู้พิการทางสมองและผู้มีคุณสมบัติดังนี้

– ผู้มีอายุห้าสิบปี และได้รับสิทธิการย้ายถิ่นฐานถาวรมาแล้ว 20 ปี

– ผู้มีอายุ 50 ปี และได้รับสิทธิการย้ายถิ่นฐานถาวรมาแล้ว 50 ปี

– ผู้ยื่นขอสิทธิการเป็นพลเมืองสหรัฐฯ จะต้องมีความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์การปกครองของสหรัฐหลัก ๆ และหลักการและกลไกของรัฐบาลสหรัฐฯ

– ผู้ยื่นขอสิทธิการเป็นพลเมืองสหรัฐฯ จะต้องแสดงให้เห็นว่าช่วงเวลาที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศสหรัฐฯ นั้น ได้ประพฤติตนถูกต้องตามหลักรัฐธรรมนูญและความสงบสุขของประเทศ

7. นิวซีแลนด์
ประเทศที่มีเสถียรภาพความมั่นคงทั้งทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ติดอันดับต้น ๆ ของโลกเสมอ เหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดทั้งนักลงทุนจากทั่วทุกมุมโลก และกลายเป็นส่วนหนึ่งของฟันเฟืองการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Auckland และ Wellington เรียกได้ว่าเป็นแหล่งลงทุนอสังหาฯ ที่ดีที่สุดในนิวซีแลนด์ ตลอดจนการรักษาสิ่งแวดล้อมและภูมิประเทศของที่นี่ก็มีความโดดเด่น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการมาเที่ยว มาเรียน ลงทุน หรือแม้กระทั่งหางานทำ บอกเลยว่าน่าสนใจไม่น้อย
ประเทศน่าย้ายไปอยู่
การขอสัญชาตินิวซีแลนด์

สำหรับการขออนุมัติวีซ่า PR (Permanent Residence) แบ่งเป็น 2 ระดับ คือ

– การขอโดยใช้ประสบการณ์และความสามารถ (Skill Migrant)

ต้องเก็บคะแนนประสบการณ์ให้ได้ 160 คะแนน โดยคะแนนเหล่านั้นจะมาจากคุณสมบัติต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นอายุ ประวัติการทำงาน ประวัติการศึกษา ความสัมพันธ์กับคนนิวซีแลนด์ และอื่น ๆ

– การขอผ่านการลงทุน (Business Investment Category)

ต้องใช้เงินลงทุนอย่างน้อย 500,000 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ และต้องมีแผนการลงทุนในระยะ 3 ปี จึงจะสามารถขอวีซ่า PR ได้ สำหรับการลงทุนในนิวซีแลนด์ จำเป็นต้องใช้ที่ปรึกษาทางกฎหมายและที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจร่วมด้วย

โดยส่วนใหญ่แล้วจะเริ่มต้นจากการเดินทางไปเรียนต่อ เพื่อที่จะได้ทำงานหลังเรียนจบ และเก็บคะแนนประสบการณ์ให้ได้ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ หรือบางคนอาจทำงานโดยไม่ได้เรียนจบในนิวซีแลนด์ ก็สามารถเก็บคะแนนประสบการณ์ได้ แต่ก็ต้องเป็นสายอาชีพที่อยู่ในความต้องการของนิวซีแลนด์ ก็ได้เช่นกัน

8. อังกฤษ
สมญานามแห่งดินแดนผู้ดี แต่ละปีมีคนไทยเป็นจำนวนไม่น้อยที่เดินทางไปเที่ยวชมความงามของปราสาท พระราชวังเก่าแก่ บ้างก็ไปช้อปปิ้งสินค้าแฟชั่นระดับโลก และลิ้มลองอาหารอร่อย ๆ ตลอดจนยังเป็นจุดหมายทางการศึกษาขั้นสูงในฝันของใครหลายคน โดยแต่ละเมืองของประเทศอังกฤษ ก็มีความดีเด่นให้ได้ไปเที่ยวแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นลอนดอน เคมบริดจ์ ลิเวอร์พูล และบาธ เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของเมืองยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวไทยมักไปเยือนอยู่เสมอ
ประเทศน่าย้ายไปอยู่
การขอสัญชาติอังกฤษ

– อายุมากกว่า 18 ปีขึ้นไป

– จะต้องทำวีซ่าถาวรให้ได้ก่อน หรือลงทะเบียน EU Settled Status อย่างน้อย 3 ปี

เงื่อนไขในการขอสัญชาติแบบทั่วไป

1. ใช้วีซ่าถาวร (ILR) ได้หลังจากที่คุณอาศัยอยู่ในสหราชอาณาจักรเป็นเวลา 5 ปี ในการสมัครขอสัญชาติด้วย ILR คุณต้องอยู่ในสหราชอาณาจักรเป็นเวลา 12 เดือน หลังจากได้รับวีซ่ามาแล้ว

2. มีสถานะ Permanent residence หากคุณหรือสมาชิกในครอบครัวมาจาก EU, EEA หรือสวิตเซอร์แลนด์คุณจะได้รับสถานะการพำนักถาวรโดยอัตโนมัติหลังจากที่อาศัยอยู่ในสหราชอาณาจักรเป็นเวลา 5 ปี

เงื่อนไขในการขอสัญชาติแบบติดตามคู่ครอง

ต้องมีคู่สมรสหรือคู่ครองเป็นพลเมืองชาวอังกฤษ ซึ่งต้องอาศัยอยู่ในสหราชอาณาจักรไม่ต่ำกว่า 3 ปี โดยจะต้องอยู่ในเงื่อนไขดังต่อไปนี้

1. ลงทะเบียนในระบบ EU Settlement Scheme

2. มีเอกสารถิ่นที่อยู่ถาวร เพื่อยืนยันว่าคุณอยู่อาศัยในประเทศจริง

3. เป็นผู้ถือวีซ่าแบบถาวร (indefinite leave to remain) โดยจะขอได้ก็ต่อเมื่อมีวีซ่าติดตามคู่สมรส โดยอยู่ในสหราชอาณาจักรครบ 2 ปี และบินออกนอกประเทศไม่เกิน 90 วัน ถึงจะสามารถขอวีซ่า ILR ได้

9. สวีเดน
เมื่อพูดถึงสวีเดน หลายคนอาจจะพาลนึกถึง “อิเกีย” ร้านขายเครื่องเรือนและของใช้ภายในบ้าน ซึ่งมีสาขามากมายทั่วโลก แต่นั่นไม่ใช่ความภูมิใจอย่างเดียวเท่านั้น เพราะสวีเดนเป็นประเทศที่เต็มไปความคิดสร้างสรรค์ เสียงดนตรี และเมืองแห่งการเฉลิมฉลองเพื่อการผ่อนคลายในทุกเทศกาล ตลอดจนเรื่องสิ่งแวดล้อม สวีเดนก็ยังมีความพยายามในการยุติการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล รวมถึงยังขึ้นชื่อเรื่องการหวงแหนทรัพยากรป่าไม้อีกด้วย เรียกได้ว่าครบสูตรประเทศที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ ทั้งชีวิตประชากรและทรัพยากรธรรมชาติอย่างแท้จริง
ประเทศน่าย้ายไปอยู่
การขอสัญชาติสวีเดน
– มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารยืนยันตัวบุคคล

– มีอายุมากกว่า 18 ปีขึ้นไป

– ต้องถือวีซ่าอยู่อาศัยถาวร (put)

– ปฏิบัติตามกำหนดของการขอสัญชาติตามเกณฑ์แต่ละชนิด ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ migrationsverket.se

– มีความประพฤติที่ดีในขณะอยู่สวีเดน

โดยสามารถเข้าไปทำแบบทดสอบว่าคุณมีคุณสมบัติพอที่จะยื่นขอสัญชาติได้หรือไม่ ในเว็บไซต์ migrationsverket.se

10. เนเธอร์แลนด์
ประเทศที่มีประชากรหนาแน่นมากแห่งหนึ่งของยุโรป หลายคนนึกถึงภาพของสวนดอกไม้ ทุ่งกังหันลม สถาปัตยกรรม และที่เที่ยวทางธรรมชาติสวย ๆ เช่น สวนเคอเคนฮอฟ (Keukenhof), ทุ่งกังหัน Kinderdijk, จัตุรัสดัมสแควร์ (Dam Square), หมู่บ้านกังหันลมโบราณ (Zaanse Schans), พิพิธภัณฑ์แวน โก๊ะ (Van Gogh Museum), ทะเลวาดเดน (The Wadden Sea) และถนนช้อปปิ้งกาลเวอร์ สตราท (Kalver Straat) เป็นต้น และโดยเฉพาะคอเบียร์ต้องถูกใจมากแน่ ๆ เพราะที่นี่เป็นแหล่งผลิตเบียร์ส่งออกรายใหญ่มากที่สุดแห่งหนึ่ง ถ้าหากว่ามีโอกาสขอเชียร์ว่าให้ลอง
ประเทศน่าย้ายไปอยู่
การขอสัญชาติเนเธอร์แลนด์
สำหรับการขอสัญชาติเนเธอร์แลนด์ควรใช้วิธี Naturalisatie ซึ่งมีข้อปฏิบัติ ดังนี้

– ต้องมีอายุ 21 ปีขึ้นไป

– อาศัยอยู่ในฮอลแลนด์อย่างติดต่อกันครบ 5 ปี

– หากขอวีซ่าเพื่อมาอยู่กับแฟนหรือสามี คุณสามารถจะทำเรื่องขอสัญชาติได้ตั้งแต่เมื่อคุณอยู่ในฮอลแลนด์ครบ 3 ปี (โดยอยู่กับคนเดิมตลอด 3 ปี) หากว่าคุณจดทะเบียนในประเทศไทย การนับจะเริ่มจากวันที่คุณเข้ามาเหยียบเนเธอร์แลนด์ด้วยวีซ่า MVV อยู่ในทะเบียนบ้านเดียวกันเป็น samenwonen (การอยู่ด้วยกันตามกฎหมายโดยไม่ได้แต่งงาน) ก็นับเวลาจากวันเริ่มต้น 3 ปี เช่นเดียวกัน

– มี verblijfvergunning (ถิ่นที่อยู่ถาวร) ถูกกฎหมาย และต่อบัตรไม่เคยขาดตอน

– สอบ inburgeringsexamen ที่ทาง inburgering จัดให้สอบ ผ่านทุกกระบวน หรือมี Diploma (คือสอบผ่านทั้ง 4 ทักษะ) จาก staatexamen NT2 (โปรแกรม I หรือ II ก็ได้) หรือมีใบ Diploma จาก vmbo, mbo, havo, hbo, wo หรือจบการศึกษาตั้งแต่ระดับมัธยมเป็นต้นไปจากสถาบันการศึกษาในเนเธอร์แลนด์

– ไม่เคยถูกจับ ปรับ หรือมีคดีติดตัว

– เต็มใจจะสละสัญชาติเดิมที่เป็นอยู่มาเป็นประชากรดัตช์

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ hague.thaiembassy.org

เหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างอันดับของ 10 ประเทศที่ดีที่สุด จากการจัดอันดับของเว็บไซต์ usnews.com
ที่พร้อมด้วยคุณภาพชีวิต สังคม และเศรษฐกิจ อย่างน้อยก็เอาไว้เป็นไกด์ไลน์ เผื่อใครอยากคิดลองหาประสบการณ์ชีวิตที่ต่างออกไป ประเทศเหล่านี้ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีไม่น้อยเลย